รายละเอียด:
วัดถ้ำแฝดเป็นวัดหนึ่งที่เป็นที่รู้จักแพร่หลายไกลไปถึงต่างแดนเพราะเป็นต้นตำนานของ“เหล็กไหล"นานาชนิด ก่อตั้งโดย หลวงพ่อสัมฤทธิ์ คัมภีโร อดีตปฐมเจ้าอาวาส ู้เป็นพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงอิทธิคุณองค์หนึ่งในยุคปัจจุบันนี้แต่ขณะนี้ท่านได้ละสังขารโดยโรคเบาหวานและความดันสูง เมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2539 รวมสิริอายุกาล 73 พรรษา นับได้ว่าเป็นการสูญเสียพระเกจิอาจารย์องค์สำคัญไป ยังความเศร้าเสียใจในหมู่ศิษย์และวงการพระเครื่อง แร่ธาตุกายสิทธิ์ นาม”เหล็กไหล” ปัจจุบัน พระใบฎีกาวัชระ เอกวัณโณ ซึ่งเป็นศิษย์เอกของหลวงพ่อสัมฤทธิ์ ได้ทำหน้าที่เป็นเจ้าอาวาส และสืบสานตำนานเหล็กไหลและสรรพวิชาอันเป็นตำนานของวัดถ้ำแฝดจนเป็นที่ยอมรับของคณะศิษยานุศิษย์ทั้งเก่าและใหม่
หลวงพ่อสัมฤทธิ์หรือพระครูกาญจนกิจจาทร ผู้เป็นต้นตำนานเรื่องราวของเหล็กไหล พระเกจิอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในพระเวทย์และแก้อาถรรพณ์ วิชาไสยเวทย์ลี้ลับของหลวงพ่อสัมฤทธิ์ มีเอกลักษณ์และสัญญลักษณ์ที่โดดเด่นเป็นหนึ่ง แตกต่างจากสำนักอื่น ๆ หลายประการ เพราะจะต้องประกอบไปด้วยพลังจิตอันแนบแน่น ผสมผสานกับเคล็ดวิชาเฉพาะอย่าง อานุภาพอาคมและมหามนต์อันศักดิ์สิทธิ์ พิธีกรรมเหล่านี้จึงสัมฤทธิ์ผล ได้เมตตาสงเคราะห์ประชาชนทั่วไป ไม่เลือกยากดีมีจนชนชั้นวรรณะใด ทงภายในและนอกวัด มีลักษณะการกระทำเป็นที่ปรากฏให้ทราบโดยทั่ว สรุปได้ดังนี้คือ พิธีกรรมฝังเหล็กไหล พิธีสาวน้ำตาเทียน และการแก้ไขวิบากกรรมของสัตว์โลกด้วยพลังจิต ดังนั้นในแต่ละวันจึงมีผู้คนหลั่งไหลไปขอรับการสงเคราะห์จาก "หลวงพ่อวัชระ" เพื่อทำพิธีกรรมดังกล่าว แม้ในต่างประเทศก็รู้จักกันดีทั่วไป ฉะนั้นหลวงพ่อจึงมักมีกิจนิมนต์ในต่างประเทศเป็นประจำแทบทุกเดือน
หลวงพ่อวัชระ เอกวัณโณ เจ้าอาวาสวัดถ้ำแฝดองค์ปัจจุบัน เป็นศิษย์สายตรงที่เป็นผู้สืบทอดเวทย์วิทยาคมและพิธีกรรมต่าง ๆ มาจากหลวงพ่อสัมฤทธิ์ นับได้ว่าเป็นศิษย์เอกเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถรับการถ่ายทอดสรรพวิชาจาก หลวงพ่อสัมฤทธิ์ ได้โดยสมบูรณ์ จนเป็นที่ยอมรับของคณะศิษยานุศิษย์ทั้งเก่าและใหม่ว่า สามารถรักษาศรัทธาญาติโยมได้อย่างเหนียวแน่น จนสามารถพัฒนาวัดได้อย่างสวยงาม เป็นที่พึ่งแก่ศรัทธาสาธุชนทั่วไป จนได้รับการกล่าวขวัญถึงว่า เป็นพระเกจิคลื่นลูกใหม่ที่มาแรง พลังจิตแนบแน่น ทำให้เกิดความขลังความศักดิ์สิทธิ์ยามท่านประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะพิธีกรรมการ แก้ไขวิบากกรรมของสัตว์โลกด้วยพลังจิตนั้น ย่อมแสดงถึงความสามารถอันโดดเด่นเฉพาะตัว ที่สามารถแก้ไขให้ผู้ที่มีความทุกข์กายทุกข์ใจ หรือผู้ที่เจ็บป่วยจากวิบากกรรมให้หายมาแล้วเป็นจำนวนมาก
พิธีสาวน้ำตาเทียน หรือเรียกกันว่า “ครอบมงกุฎพระเจ้า” เป็นพิธีกรรมพิเศษลี้ลับ และโดดเด่น สามารถช่วยเหลือเอื้ออำนวยแก่ผู้ที่เข้าร่วมในพิธีกรรมนี้มากมายหลายประการ เช่น เสริมดวง เสริมบารมี สะเดาะเคราะห์ ต่อชะตา แก้ไขวิบากกรรม ด้วยพิธีกรรมอาถรรพณ์ กำกับท่องบ่นมนตรา เพ่งอำนาจจิตลงสู่น้ำตาเทียนนั้น แล้วสาวดึงน้ำตาเทียนขึ้นมาจากบาตรน้ำมนต์ หากใครมี วาสนาดี มีบุญมาก หรือดวงดี น้ำตาเทียนก็จะเป็นสายมงคลเส้นยาว วนครอบลงบนศรีษะผู้เข้าพิธี แต่ละคน แต่ถ้าดวงใครไม่ดีหรือมีเคราะห์กรรมติดตามและกำลังส่งผล น้ำตาเทียนก็จะขาดในระหว่างที่สาวขึ้นมาจากบาตรน้ำมนต์ หลวงพ่อก็จะสวดมนต์ภาวนาเกื้อหนุนให้ชะตาผู้นั้นดีขึ้นมาบ้างประการหนึ่งคือการกระทำบุญกุศลเพื่อผ่อนเหตุร้ายหนักหนาให้ทุเลาเบาบางลง จึงนับได้ว่านอกจากจะเป็นการทำบุญเพื่อเกื้อหนุนดวงชะตาแล้ว ยังเป็นการเสี่ยงทายอำนาจวาสนาอย่างได้ผล
การบำบัดรักษาโรคหรือแก้ไขวิบากกรรม หรือ การรักษาโรคก็ว่าได้ บางคนเจ็บป่วย มีอาการผิดปกติ บำบัดรักษาทางการแพทย์แล้วไม่ได้ผล จนบางทีกลายเป็นโรคเรื้อรัง เช่น การปวดศรีษะ ปวดหลังปวดเอว ปวดไหล่ ปวดตามไขข้อ ปวดท้อง แน่นหน้าอก จุกเสียด เสียวซ่าน ด้วยถูกสิ่งที่เรียกว่า คุณไสยหรือลมเพลมพัดก็ตาม เจ้ากรรมนายเวรติดตามรบกวน จนเกิดปัญหาเข้ามาในชีวิตมากมายผิดปกติ ท่านได้ให้การบำบัดรักษาด้วยพลังจิต ทำให้คลายจากภาวะความทุกข์ร้อน ทางกายและใจได้อย่างอัศจรรย์ ทำให้ทำมาหากินคล่องตัว เงินทองเหลือกินเหลือใช้ มีโชคลาภ เงินทองไม่ขาดมือ ดังนั้นเมื่อมีโอกาสได้รับการบำบัด ตรวจเช็คแก้ไขตามวิธีการแล้ว ก็อาจจะบรรเทาลงหรือลดแรงกรรมลงได้ จนในที่สุดก็จะหายเป็นปกติ ชีวิตท่านจะสุขสมบูรณ์ขึ้น เว้นแต่เจ้ากรรมนายเวรไม่ยอมอโหสิกรรมให้เท่านั้น ซึ่งท่านก็จะได้แนะนำวิธีแก้ไขให้ผ่อนคลายลงได้ อยู่ที่ว่าผู้เข้ารับการบำบัดจะทำให้กับเขาได้หรือไม่เท่านั้น